ภาวะบกพร่องด้านการสื่อความหมาย คือความผิดปกติด้านการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมาย ทั้งการคิดคำพูด และการออกเสียงพูดให้เป็นประโยค อาจรวมไปถึงปัญหาด้านการอ่านหรือเขียนร่วมด้วย โดยมีพยาธิสภาพในสมองบริเวณที่ควบคุมเรื่องภาษา ซึ่งอาการแตกต่างกันไปตามแต่ละรูปแบบที่ผิดปกติประเภทของภาวะบกพร่องด้านการสื่อความหมาย สามารถแบ่งได้ออกเป็น 5 ประเภท
1.ภาวะบกพร่องด้านการพูด (Broca’s aphasia: Expressive)
มักเกิดจากการที่สมองส่วนหน้าซีกซ้ายได้รับความเสียหาย บริเวณ Broca area ส่งผลให้มีปัญหาด้านการพูดและเขียน โดยผู้ป่วยสามารถเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นสื่อสารแต่ไม่สามารถสื่อสารออกไปได้ ผู้ป่วยจะสามารถสื่อสารได้เพียงประโยคสั้น ๆ หรือเป็นคำสำคัญ ๆ บางครั้งไม่สามารถพูดจนจบประโยคได้ และอาจมีนึกคำพูดไม่ออก โดยลักษณะเด่นที่พบบ่อย ได้แก่ พูดไม่คล่อง พูดตะกุกตะกัก นึกคำพูดนาน
2.ภาวะบกพร่องด้านความเข้าใจ (Wernicke’s aphasia: Receptive)
มักเกิดจากการที่สมองส่วนกลางซีกซ้ายได้รับความเสียหาย ของเนื้อสมองบริเวณ Wernicke ส่งผลให้ผู้ป่วยยังสามารถพูดได้คล่องเหมือนปกติ พูดได้ชัดเจน ไม่ตะกุกตะกัก แต่ไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่เขียนหรือสิ่งที่พูดได้ อาจตอบไม่ตรงคำถาม หรืออาจพูดประโยคที่ไม่มีความหมาย ทำให้คู่สนทนาไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการจะสื่อสาร ในบางรายอาจสร้างคำพูดใหม่ขึ้นมาเอง หรือเรียงคำที่ผิดหลักไวยากรณ์
3.ภาวะบกพร่องทั้งด้านความเข้าใจและการพูด (Global’s aphasia)
เป็นผลมาจากความเสียหายทั้งส่วนหน้าและส่วนกลางของสมองซีกซ้าย ที่ถูกเลี้ยงโดย Middle cerebral artery ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารและรับสารได้ รวมถึงไม่สามารถอ่านหรือเขียนได้ ผู้ป่วยสามารถนึกคำพูดออกมาได้ไม่กี่คำ และเป็นประเภทที่ พบบ่อยมากที่สุดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
4.ภาวะบกพร่องทางการสื่อความ (Conduction aphasia)
มีพยาธิสภาพอยู่ที่บริเวณตำแหน่ง Arcuate fasciculus ผู้ป่วยจะมีความยากหรือไม่สามารถพูดตามได้ หรือถ้าหากสามารถพูดตามได้แต่อาจจะผิด มีปัญหาในการใช้คำหรือวลีซ้ำ ๆ อย่างถูกต้อง
5.ภาวะบกพร่องด้านการนึกคำพูด (Anomic aphasia)
มีพยาธิสภาพที่ตำแหน่งของ Angular gyrus ซึ่งเป็นประเภทความผิดปกติด้านการสื่อสารที่รุนแรงน้อยที่สุด ผู้ป่วยจะมีปัญหาแค่ด้านการนึกคำพูดไม่ออก อาจใช้คำพูดอื่นอธิบายโดยอ้อมแทนคำที่ต้องการจะพูด
บทบาทของนักกิจกรรมบำบัด
ประเมินการรับรู้และความเข้าใจของผู้ป่วย หากพบปัญหาด้านความเข้าใจและการสื่อสาร นักกิจกรรมบำบัดจะให้โปรแกรมกระตุ้นความเข้าใจเสียก่อน เรียนรู้การเคลื่อนไหวของอวัยวะการพูด เช่น อ้าปาก เม้มปาก ห่อปาก ยิ้มยิงฟัน แลบลิ้น ขยับลิ้นแตะริมฝีปากบน-ล่าง เป็นต้น จากนั้นฝึกการออกเสียงควบคู่กับการขยับปาก เช่น อ้าปาก-ออกเสียง”อา” , เม้มปาก-ออกเสียง “ปาปา” , ห่อปาก-ออกเสียง “อู” , ยิ้มยิงฟัน-ออกเสียง “อี” เป็นต้น เมื่อเริ่มเข้าใจจะค่อยๆเพิ่มคำศัพท์ง่ายๆให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น การฝึกของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์กิจกรรมที่นักกิจกรรมบำบัดได้จัดให้
Copyright © 2026 Better Brain Center All rights reserved.